งดห่วงรายจ่ายกับสินค้าชั้นนำทุกแขนง

เช็คราคาสินค้าและบริการดีๆมากมายได้ที่นี่

เคล็ดลับการทำความสะอาดผ้าม่านให้เหมือนใหม่

uyu

ผ้าม่านนั้นถือเป็นของตกแต่งภายในบ้านที่ช่วยเพิ่มความสวยงามแล้ว ยังช่วยบดบังหรือลดทอนแสงแดดจากภายนอกที่ส่องเข้ามาภายในบ้านได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยเสริมให้สไตล์ในการแต่งห้องของเพื่อนๆ นั้นดูชัดเจนมากยิ่งขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเราก็อาจละเลยที่จะดูแลรักษาผ้าม่านอยู่เสมอๆ ต่อไปนี้จะเป็นเคล็ดลับที่จะช่วยให้ผ้าม่านผืนโปรดของเพื่อนๆ นั้นอยู่ในสภาพเหมือนใหม่

ถ้าบานหน้าต่างของเพื่อนๆ ได้ติดผ้าม่านเพื่อป้องกันแสงแดดจากภายนอกเพื่อไม่ให้ส่องเข้ามาภายใน และหน้าต่างบานนั้นเป็นบานที่ได้รับแสงแดดสาดส่องต่อเนื่องตลอดแทบทั้งวัน แน่นอนว่าผ้าม่านของเพื่อนๆ อาจจะมีสีซีดจางลงเมื่อเวลาผ่านไปในระยะหนึ่ง สำหรับใครที่เจอปัญหานี้อาจจำเป็นต้องเลือกผ้าม่านตรงจุดนั้นให้เป็นสีในโทนสว่างแทนผ้าม่านในโทนที่มีสีเข้ม แล้วอาจเสริมผ้าม่านเข้าไปอีกชั้นด้วยม่านโปร่ง ซึ่งม่านโปร่งจะช่วยปกป้องผ้าม่านผืนโปรดของเพื่อนๆ จากแสงแดดได้อีกระดับหนึ่ง

ดูดฝุ่นผ้าม่านเดือนละครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองนั้นสะสมในรอยพับของผ้าม่านในปริมาณมาก เพื่อนๆ อาจจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดทำความสะอาดฝุ่นละอองที่เกาะติดอยู่ที่ผ้าม่านบ้างเดือนละครั้ง อย่าลืมที่จะทำความสะอาดขอบของผ้าม่านเป็นพิเศษ โดยเฉพาะถ้าเป็นผ้าม่านที่มีการเปิดบานหน้าต่างเพื่อรับลมจากด้านนอกบ่อยๆ เพราะผ้าม่านเหล่านั้นมีการสัมผัสบ่อยครั้ง และจะสะสมฝุ่นละอองจากภายนอกมากกว่าบานหน้าที่ที่ไม่ได้เปิดรับลมเลย

ถอดผ้าม่านของเพื่อนๆ ออกมาซักบ้างหากมีความรู้สึกว่ามันสกปรกมาก โดยเฉพาะผ้าม่านภายในห้องครัวที่มีโอกาสดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ทั้งหลายจากการทำอาหารอยู่บ่อยครั้ง ในขั้นตอนของการซักนั้น หากผ้าม่านที่ใช้เป็นผ้าฝ้ายและผ้าลินินนั้นจะสามารถซักด้วยเครื่องได้เลย แต่หากเป็นผ้าชนิดอื่นอาจจำเป็นต้องซักด้วยมือเท่านั้น และก่อนที่จะซักผ้านั้นควรที่จะทดสอบโดยการเทน้ำลงไปบนผ้าในพื้นที่เล็กๆ ก่อน เพื่อทดสอบว่าผ้าม่านนั้นสีตกหรือไม่ และไม่ว่าจะซักด้วยเครื่องหรือมือ น้ำที่ใช้ในการซักควรเป็นน้ำอุณภูมิห้องและผงซักฟอกควรใช้ชนิดที่อ่อนโยนต่อผ้า เพื่อป้องกันไม่ให้ผ้าเกิดการหดตัวแล้วเป็นตะปุ่มตะป่ำไม่สวยงาม http://www.ilovepamaan.com/

ยุคแรกในการใช้หมวกประเภทต่างๆ

หมวกถ้าให้พูดถึงของสิ่งนี้คงไม่มีใครเลยที่จะไม่รู้จัก หลายๆ คนก็คงรู้ถึงวิธีใช้และประโยชน์ของหมวกอีกด้วยไม่ว่าจะใช่สำหรับบังแสงแดดอันร้อนแรงของบ้านเรา บางคนก็ใช้หมวกบอกถึงตำแหน่งหน้าที่การงานของอาชีพนั้นๆ เช่น พยาบาล ทหาร ตำรวจและพ่อครัว เป็นต้น รวมไปถึงในปัจจุบันได้มีหมวก มีแบบมากมายหลายรูปแบบให้ได้เลือกสวมใส่กัน แล้วแต่ความต้องการใช้งานของแต่ละบุคคล แต่จะมีกี่คนที่จะรู้ว่าที่มาของหมวกนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยไหนและรูปทรงของหมวกในแต่ละยุคเป็นอย่างไรกันบ้าง หมวกลักษณะเป็นคำนาม หมายถึง เครื่องสวมศีรษะมีรูปต่าง ๆ เพื่อเป็นเครื่องประดับหรือกันแดดกันฝนเป็นต้น

ถ้าจะให้พูดถึงหมวกในยุคแรกๆ นั้น ได้ถูกทำขึ้นมาจากหนังของสัตว์ แล้วนำเอามาคลุมหัวไว้เพื่อปกป้องอันตรายต่างๆ ถ้าจะให้เรียกว่าหมวกก็คงจะยังไม่ได้ เพราะรูปทรงคงจะไม่เหมือนหรือคล้ายกับหมวกในสมัยนี้เท่าที่ควร อาณาจักรกรีกโบราณถือได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของหมวกในยุคแรกๆ ซึ่งก็เรียกว่า Pileus เป็นหมวกที่มีรูปทรงคล้ายกับศีรษะของมนุษย์มากกว่าการนำผ้ามาคลุมไว้บนศีรษะ ต่อมา The Phrygian cap ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการปลดปล่อยอิสรภาพ ที่ชาวกรีกและโรมัน ได้ให้กับทาสเพื่อแสดงว่าทาสเหล่านั้นได้ถูกปลดปล่อยเป็นอิสระและหมวก The Peatasos เป็นหมวกที่มีปีกใบแรก ซึ่งได้ถูกคิดค้นโดยชาวกรีกโบราณนั้นเอง หมวกทั้ง 3 ชนิดนี้มีลักษณะไม่ค่อยจะแตกต่างกันมากเท่าไรหนัก และถูกออกแบบสำหรับไว้ให้ผู้ชายได้สวมใส่เท่านั้น http://www.หมวก.com/

รักษานอนกรนได้ง่ายๆด้วยตนเอง

ลักษณะการนอนกรนของคุณ ในขณะปิดปาก ตำแหน่งของลิ้นอาจเป็นสาเหตุที่สำคัญ และร่วมถึงขณะเปิดปาก คุณอาจมีเนื้อเยื่อในลำคอมากเกินไป อาจจะรักษานอนกรนโดยการนอนหงาย อาการนอนกรนอ่อนๆ อาจแก้ไขด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมในการเข้านอนหรือแม้กระทั่งไลฟ์สไตล์ แต่การนอนกรนก็สามารถเกิดได้ในทุกท่า อาการนอนกรนของคุณอาจเกิดจากปัญหาที่ซับซ้อนและการรักษาต้องใช้วิธีที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

4

ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นแล้วไม่สามารถควบคุมได้ คือ สิ่งที่เกิดจากพันธุกรรมหรือสาเหตุผิดปกติทางร่างกายจากสาเหตุทางพันธุกรรมอื่นๆ หรือด้วยอายุที่เพิ่มขึ้นจะทำให้หลอดลมแคบขึ้นและกล้ามเนื้อในการเปล่งเสียงลดลง ส่วนสาเหตุที่สามารถควบคุมได้ คือการที่มีน้ำหนักมากเกินไป เราสามารถรักษานอนกรนโดยการลดน้ำหนักลงเท่านั้นเอง ยิ่งท่าในการนอน อาจจะเพราะนอนหงายแบนราบบนที่นอนทำให้กล้ามเนื้อในหลอดลมผ่อนคลายและขัดขวางทางเดินอากาศในหลอดลม ดังนั้นเราจึงรักษานอนกรนโดยการนอนตะแคงเท่านั้นเอง

การรักษานอนกรนจึงสามารถทำได้โดยต้องดูว่าเกิดจากอะไรแล้วควรจะแก้ไขแล้วจะรักษาแบบไหนและเมื่อเรารักษาแล้วไม่หายก็อาจจะต้องไปปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษานอนกรนต่อไป

สมุนไพรแก้นอนกรนได้จริงหรือ

แก้นอนกรนด้วยหอมแดงแก่จัด นอกจากจะมีสรรพคุณแก้หวัด คัดจมูก ลดไขมันอุดตันในหลอดเลือดแล้ว กลิ่นฉุนของหอมแดงยังช่วยให้เกิดความชุ่มชื้นในลำคอ และช่วยให้ระบบหายใจทำงานได้ดีขึ้น จะเอามาดม หรือประกอบอาหารก็ได้ค่ะ กินทุกวันอย่างน้อยสองเดือน และถ้าจะให้ได้ผลดีต้องกินสดๆ เช่น กินกับเมี่ยง ทำเป็นผักจิ้มน้ำพริก เป็นต้น

แก้นอนกรนด้วยพริกขี้หนู รสเผ็ดของพริกจะช่วยให้ทางเดินหายใจโล่ง และเกิดความชุ่มชื่นในลำคอ สารแคปไซซินช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อรอบหลอดลม พริกจึงมีประโยชน์ต่อคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจ สามารถนำพริกขี้หนูไปประกอบอาหาร เช่น แกง ต้มยำ หรือต้มโคล้ง จะช่วยให้ระบบหายใจทำงานสะดวกขึ้น ปัญหาการกรนอาจลดลงได้ค่ะ

แก้นอนกรนด้วยขิง ใช้เหง้าขิงแก่สดขนาดเท่าหัวแม่มือ หรือประมาณ 5 กรัม ทุบให้แตก ต้มเอาน้ำดื่ม จะช่วยให้สดชื่นระบบทางเดินหายใจทำงานสะดวกขึ้นและสุดท้ายสามารถแก้นอนกรนด้วยใบแมงลัก มีฤทธิ์แก้หวัด และหลอดลมอักเสบ นำใบไปประกอบอาหาร จะช่วยให้ระบบหายใจทำงานดีขึ้น

หากว่าแก้ด้วยสมุนไพรไม่หายคงต้องหาทางโดยเริ่มจากเข้าไปที่ www.nksleepcare.com แล้วหาข้อมูลเบื้องต้นซะก่อนนะคะ

ชาดก อานิสงส์พิมพ์หนังสือสวดมนต์ ถวายหนังสือ

อานิสงส์การพิมพ์หนังสือสวดมนต์ หรือถวายหนังสือสวดมนต์ http://www.boon-book.com   ดั่งประทีปส่องทางให้เห็นนรกและสวรรค์ ผู้นั้นจะได้อานิสงส์เพิ่มพูน กุศลจริยาเป็นเอนกอนันต์ ได้รับชัยชนะต่อจิตใจตนเอง และผู้อื่น มีความรู้ การศึกษาสูง บังเกิดผลบุญอันยิ่งใหญ่ไพศาลทั้งในชาตินี้ และชาติหน้า

ดังมีใจความว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จประทับอยู่ในเชตวันมหาวิหาร ณ กรุงสาวัตถี ในเวลานั้นพระสารีบุตรเถระเจ้า มีความประสงค์ว่า จักทูลถามพระพุทธเจ้าให้ทรงแสดงธรรมประกาศอานิสงส์สร้างพระไตรปิฎก ให้ทราบทั่วถึงกันแก่พุทธบริษัทพระเถระเจ้าก็เข้าเฝ้าทูลถาม แก่พระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าชนทั้งหลายให้พุทธศาสนายืนยาวถึง ๕ พันวัสสา จะมีอานิสงส์เป็นประการใด พระพุทธเจ้าข้า

พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า ดูกรท่านสารีบุตร ถ้าชนทั้งหลายมีจิตรศรัทธาเลื่อมใสเช่นนั้นแล้ว เมื่อตายไปแล้วก็จักได้ เสวยราชสมบัติ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชถึง ๘ หมื่น ๔ พันกัลป์ ใช่แต่เท่านั้น เมื่อเคลื่อนจากความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิแล้ว ก็จะได้เป็นพระราชา มีอนุภาพอีก ๙ อสงไขย ต่อจากนั้น ก็ได้เสวยสมบัติ ในตระกูลต่าง ๆ เป็นลำดับไป คือตระกูลพราหมณ์มหาศาล ตระกูลเศรษฐีคฤหบดี และเป็นภูมิเทวดาอากาศเทวดา อย่างละ ๙ อสงไขย ต่อแต่นั้นก็จะได้เสวย ในสวรรค์ทั้ง ๖ ชั้น เป็นลำดับไปชั้นละ ๘ อสงไขย เมื่อจุติจากชั้นเทวโลกแล้ว มาถือกำเนิดเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะมีร่างกายบริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นที่รักใคร่ แก่คน ทั้งหลาย ที่ได้พบเห็นทั้งน้ำใจก็บริสุทธิ์สุจริต ปราศจากบาปธรรมอกุศลทั้งปวง และเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด รอบรู้ทั้งทางโลก และทางธรรม ดังนี้เป็นต้น

ดูกรท่านสารีบุตรเมื่อตถาคตสร้างบารมีอยู่ ได้เกิดเป็นอำมาตย์ของพุทธบิดา แห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า ปุราณโคดม ได้สร้าง พระไตรปิฎก ไว้ให้สืบองค์ได้ตั้งความปรารถนา ขอตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์หนึ่งเถิดในอนาคตกาลโน้น สมเด็จพระปุราณโคดมบรมศาสดา ทรงพยากรณ์ไว้ว่า อำมาตย์ผู้นี้ต่อไปภายภาคหน้า จะได้ตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งมีพระนามว่า พระสมณโคดมก็คือพระตถาคต เรานี้เองดังนี้ แลก็สิ้นสุด พระกระแสธรรมเทศนา ที่พระบรมศาสดาทรงแสดงแก่พระสารีบุตรเถระเจ้าแต่เพียงเท่านี้